Living the Lotus

Serialization
  • Serialization
  • President's Message
  • The Threefold Lotus Sutra: A Summary and Key Points for Each Chapter
  • The Seven Parables of the Lotus Sutra
  • Germinating the Seeds of Awakening
  • Dharma Journey Talk / Interview
  • Practicing the Dharma Here and Now
  • Director's Column
  • The Threefold Lotus Sutra: A Modern Commentary
English
  • English
  • বাংলা
  • Deutsch
  • Español
  • فارسی
  • Français
  • हिन्दी
  • Italiano
  • 日本語
  • ភាសាខ្មែរ
  • 한국어
  • Македонски
  • Монгол
  • नेपाली
  • Português
  • Русский
  • සිංහල
  • ไทย
  • Tiếng Việt
  • 中文

บทที่ 2 เพื่อเชื่อมโยงกับผู้คน การมีชีวิตอยู่ตามพระโพธิปณิธานของพระพุทธเจ้า

Rev. Nikkyo Niwano Founder, Rissho Kosei-kai  ปรารถนาจะเป็นดังเช่นพระพุทธเจ้า  พวกเรายึดมั่นและศรัทธาในคำสอนของพระสัทธรรมปุณฑรีกสูตร พร้อมทั้งได้ปฏิบัติบำเพ็ญตนตามแนวทางของพระโพธิสัตว์ทีละเล็กทีละน้อย นั่นหมายความว่าพวกเรากำลังก้าวเดินอยู่บนวิถีแห่งพุทธะ หรือเส้นทางสู่การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า แม้จะเป็นการก้าวทีละก้าวก็ตาม  แน่นอนว่า “การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า” ไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าแทนที่เราจะไปคิดให้มันซับซ้อนยุ่งยาก ข้าพเจ้ามองว่าควรคิดในมุมที่ช่วยให้เรานำไปปฏิบัติจริงได้ง่ายขึ้นน่าจะดีกว่า  คำว่า “พุทธะ” แต่เดิมมีความหมายว่า “ผู้ตื่น” หมายถึงผู้ที่มีดวงตาอันแจ่มแจ้ง สามารถมองเห็นสภาวะความเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงที่เกิดขึ้นในโลก รวมถึงการทำงานของจิตใจเราทั้งหมดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง โดยไม่มีความขุ่นมัวเลยแม้แต่น้อย  ในทางกลับกัน พวกเรามักจะไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงได้ และไม่สามารถรักษาจิตใจของตนเองให้เที่ยงตรงได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ การดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระพุทธองค์เพื่อมุ่งสู่การเป็น “ผู้ตื่น” จึงเป็นการบำเพ็ญตนตามแนวทางพระโพธิสัตว์ อันเป็นวิถีของพระพุทธเจ้า  ในพระสัทธรรมปุณฑรีกสูตร ความเป็นผู้ฉลาดในอุบาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตั้งพระโพธิปณิธานไว้ว่า “เดิมทีเราได้ตั้งมหาปณิธานไว้ว่า จักทำให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้เสมอด้วยเรา ให้มีความเท่าเทียม มิให้มีความต่าง”  นั่นคือ พระองค์ทรงปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนได้บรรลุถึงสภาวะที่เปี่ยมด้วยปัญญาอันแจ่มแจ้งและพระเมตตาเช่นเดียวกับพระองค์ แล้วเราควรจะรับรู้และเข้าใจในพระโพธิปณิธานของพระพุทธองค์นี้อย่างไรดี?  เมื่อได้ฟังสิ่งที่พระองค์ดำรัสเช่นนี้ หลายคนอาจปฏิเสธขึ้นมาในใจทันทีว่า “ถึงพระองค์จะตรัสอย่างนั้น แต่คนอย่างเรา ๆ คงไม่มีทางเป็นเหมือนพระพุทธเจ้าได้หรอก” ทว่าสำหรับข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้ารับรู้ด้วยจิตใจที่ซื่อตรงว่า “ในเมื่อพระพุทธองค์ทรงยืนยันและยื่นพระประทานความช่วยเหลือเราแล้ว ตัวเราเองก็ต้องกลายเป็น ‘ผู้ตื่น’ […]

View More

ทั้งการมีชีวิตอยู่และความตาย ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของพระธรรมอันอัศจรรย์ (ตอนที่ 1) 

ชิโกะ นิวาโนะ  ประธานริชโชโคเซไก ก้าวข้าม “ความตาย” “หัวใจสำคัญของการฝึกตนตามวิถีแห่งพระพุทธศาสนา คือการก้าวข้ามเรื่องเกิด แก่ เจ็บ และตาย” นี่คือข้อความตอนหนึ่งที่ท่านประธานใหญ่นิคเคียว นิวาโนะ ได้เคยกล่าวไว้ในโอวาทของท่าน ทั้งนี้เนื่องจาก “ความตาย” ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตของมนุษย์เรา ดังนั้น การจะ “ก้าวพ้น” หรือก้าวข้ามความทุกข์ ความกลัว และความวิตกกังวลที่ว่า “ตายแล้วจะเป็นอย่างไร” “กลัวที่จะต้องตาย” หรือ “ไม่อยากตาย” จึงเป็นจุดสำคัญประการหนึ่งของวิถีแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งการก้าวข้ามความตายพร้อมด้วยจิตใจที่สงบเย็นนั้น จะช่วยขัดเกลากายและใจของเราให้ปรารถนาความสุขเพื่อตนเองและผู้อื่น จึงนับได้ว่าเป็นการบำเพ็ญตนตามหลักพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  มุมมองต่อ “การมีชีวิตอยู่และความตาย” อันเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของวิถีแห่งพระพุทธศาสนานั้น ที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้เคยนำเสนอไว้ในหลายประเด็น เช่น ความตายคือการกลับคืนสู่ “ชีวิตอันยิ่งใหญ่” ซึ่งเป็นเสมือนบ้านเกิดของพวกเรา ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตนั้น ข้าพเจ้าได้อ้างอิงงานเขียนของอาจารย์ซาจิ ฮารุโอะ นักฟิสิกส์ทฤษฎี และนำเสนอทัศนะที่ว่า ชีวิตของพวกเราเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล ซึ่งหากจะกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้วก็บอกได้ว่า พวกเราทุกคนกำลังใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นนิรันดร์ในทุกๆ วัน  หากเรามอง “ชีวิต” ผ่านมุมมองระดับจักรวาลซึ่งเชื่อมโยงกับคำสอนในสัทธรรมปุณฑรีกสูตร พวกเราทุกคนต่างกำลังดำรงชีวิตอยู่ใน “ชีวิตอันเป็นนิรันดร์” ที่สืบเนื่องมาจากอดีตกาลตั้งแต่วินาทีที่กำเนิดจักรวาลไปสู่อนาคต ซึ่งหากเรารับรู้และตระหนักเข้าใจเช่นนี้ ความตายก็จะไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป และความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตายก็จะผ่อนคลายลงได้  […]

View More

ความเข้มงวดที่เกิดจากจิตเมตตา

Rev. Nikkyo NiwanoFounder, Rissho Kosei-kai แม้เป็นคำสอนสั่งที่เข้มงวด ก็พร้อมรับฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง เป็นที่แน่แท้ว่า คำสั่งสอนอันเข้มงวดนี้เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นตะลึงและเลื่อมใสเป็นพิเศษ คือ “ปัญญาอันลึกซึ้ง” ที่ทรงนำ “น้ำ” มาใช้เป็นอุปมาในการกล่าวสั่งสอน โดยธรรมชาติแล้ว “น้ำ” เป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ พระพุทธองค์จึงทรงอุปมา “พุทธภาวะ” ที่มนุษย์ทุกคนมีติดตัวมาแต่กำเนิดเปรียบเสมือน “น้ำ” เพื่อสอนทุกคนว่า “แท้จริงแล้ว เธอมีธรรมชาติอันบริสุทธิ์ประดุจดังน้ำมาโดยตลอด” เนื่องจากพระราหุลเป็นผู้ที่มีจิตใจว่านอนสอนง่าย ท่านจึงสามารถรับรู้และเข้าใจถึงพระทัยนั้นได้อย่างแท้จริง จนสามารถกลับตัวกลับใจและตั้งหลักใหม่ได้ ข้าพเจ้าคิดว่านี่คือ “เคล็ดลับแห่งการเป็นผู้นำ” ของพระพุทธองค์ เท่าที่ข้าพเจ้าเรียนรู้จากการอ่านพระสูตรเล่มใดก็ตาม พระพุทธองค์ไม่เคยตรัสคำพูดในเชิงปฏิเสธคุณค่าหรือเนื้อแท้ของบุคคล เช่น “เธอเป็นคนไม่ได้เรื่อง” เลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ในยามที่ทรงตักเตือนเพื่อสั่งสอนสิ่งใด สิ่งที่ทรงชี้ให้เห็นก็คือความผิดพลาดทางความคิดหรือการกระทำของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น เมื่อฝ่ายตรงข้ามตระหนักดีว่าสิ่งนั้นเป็นความจริง จึงสามารถเปิดใจรับฟังได้อย่างแท้จริง และเมื่อรับฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง ความเข้มงวดนั้นก็จะไม่ใช่ความเข้มงวดในเชิงทำร้ายจิตใจอีกต่อไป — นี่แหละคือ “ความเข้มงวด” ในแบบของพระพุทธองค์ ไม่ว่าจะในสถานที่ทำงานหรือในวงเสวนาธรรม ผู้ที่พูดจาเข้มงวดมักจะถูกผู้อื่นหลีกเลี่ยงเสมอ ทว่า หากเป็นความเข้มงวดที่ตั้งอยู่บนการยอมรับในเนื้อแท้ มองเห็นข้อดีและจุดเด่นของอีกฝ่ายแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่าความเข้มงวดนั้นย่อมได้รับความเข้าใจอย่างแน่นอน ท่านรองประธานนางานูมะ เมียวโกะ (อดีตผู้ร่วมสถาปนา)  […]

View More

เชิญชวนทุกคนร่วมจุดแสงสว่างคนละดวง

นิชิโกะ นิวาโนะ ประธานริชโชโคเซไก แทนที่จะนั่งตัดพ้อต่อความมืดมิด ในปัจจุบัน ยังมีผู้คนอีกมากมายในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกที่ต้องทุกข์ทรมานจากภัยสงครามและการกดขี่ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 แห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก ได้ทรงเรียกร้องต่อเหล่าผู้มีอำนาจปกครองทั่วโลกมาตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีนี้ว่า “ขอจงยุติสงคราม มุ่งมั่นส่งเสริมสันติภาพและความปรองดอง” พร้อมทั้งทรงเน้นย้ำด้วยว่า “จงหยุดการบูชาตนเองและการนับถือเงินตราเป็นใหญ่ เลิกโอ้อวดอำนาจ เพราะความแข็งแกร่งที่แท้จริงนั้น ย่อมปรากฏให้เห็นผ่านการอุทิศตนเพื่อปกป้องชีวิต” ทว่า เป็นเรื่องน่าประหลาดใจยิ่งนักเมื่อผู้นำของบางประเทศกลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์สุนทรพจน์ของสมเด็จพระสันตะปาปาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ช่างน่าเสียดายที่ความสามารถในการใช้ถ้อยคำและความรู้สึกอันทรงคุณค่าที่มนุษย์ได้รับมา กลับถูกนำไปใช้ก่อความขัดแย้งและความแตกแยกเช่นนี้ ขณะที่พวกเราเองก็ทำได้เพียงมองดูอยู่ห่าง ๆ และคอยตัดพ้อต่อสถานการณ์เหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโลกอันมืดมิดจนมองไม่เห็นอนาคตเช่นนี้ ยังคงมีถ้อยคำอันทรงพลังที่ช่วยปลุกสติและยืนยันกับพวกเราว่า เราทุกคนต่างมีสิ่งอันยิ่งใหญ่ที่สามารถลงมือทำได้ นั่นคือคติพจน์ที่ว่า “อิตโต โชกุ โค — บันโต เฮนโช โค” (อันหมายถึง การจุดแสงสว่าง ณ มุมหนึ่ง นำไปสู่ความสว่างไสวทั่วทุกทิศ) ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ของอาจารย์ยาสุโอกะ มาซาฮิโระ นักคิดด้านปรัชญาตะวันออกผู้มีชื่อเสียง “แทนที่จะนั่งตัดพ้อต่อความมืดมิด / จงเริ่มจุดประทีปคนละดวงส่องสว่างแก่ความมืดมิดรอบกายเราเถิด / แม้แสงอาจริบหรี่รำไร ขอให้ส่องไปในมุมใดมุมหนึ่ง / จงร้อยเรียงแสงประทีปในทุกหนแห่ง เท่าที่มือเราจะเอื้อมถึง […]

View More